2 สิ่งที่ผู้ใช้ iPhone ไม่ต้องทำ อย่างที่ผู้ใช้ Android ทำ

สำหรับผู้ที่เคยใช้ Android มาก่อน แล้วเปลี่ยนมาใช้ iPhone มันมีบางอย่างที่คุณต้องทำความเข้าใจ เพราะ iPhone ใช้ระบบ iOS ซึ่งมีความสเถียรและความปลอดภัยสูงกว่า เลยไม่ต้องทำอะไรหลายๆอย่างแบบที่เคยทำตอนที่ใช้ Android

android iOS

1. ไม่ต้องลง Anti-Virus

แอพที่มีให้ดาวน์โหลดผ่าน App Store จะต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดจาก Apple (แม้จะมีแอพปลอมหลุดมาบ้าง) ดังนั้นผู้ใช้จะไม่มีปัญหาเรื่องไวรัสและมัลแวร์จากการลงแอพ

แต่ถ้าคุณ “เจลเบรค” หรือลงแอพที่ไม่ได้ดาวน์โหลดจาก App Store ทำแบบนี้เครื่องถึงจะมีโอกาส “ติดไวรัส”

ดังนั้นถ้าใช้งานแบบปกติ ดาวน์โหลดแอพ App Store เท่านั้น เครื่องก็จะไม่มีปัญหาติดไวรัส

2. ไม่ต้องเร่งความเร็วเครื่อง

 แอพเร่งความเร็วเครื่องจริงๆก็ไม่มีให้ดาวน์โหลดอยู่แล้ว แต่ถึงจะมีมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็น เพราะปัญหา iPhone ช้า ไม่ได้เป็นเพราะ “มัลติทาสก์” แบบ Android

ที่ Android ช้าลงเป็นเพราะระบบอนุญาติให้แอพหลายตัวทำงานพร้อมกันได้ เช่น ธีม แอนตี้ไวรัส แอพล้างไฟล์ขยะ แอพพวกนี้จะทำงานอยู่ตลอดเวลาที่เปิดเครื่อง ทำให้การทำงานช้าลงเป็นธรรมดา โดยเฉพาะเครื่องที่แรมน้อย ประสิทธิภาพลดลงอย่างชัดเจน

อีกอย่างคือมือถือ Android ส่วนใหญ่ไม่ได้อัพเดทรอมเป็นรุ่นใหม่ ขณะที่แอพต่างๆอัพเดทเป็นเวอร์ชั่นใหม่ และมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆเข้ามารองรับระบบใหม่ ..เครื่องเก่าที่ลงแอพใหม่จึงช้าลง 

…ส่วน iOS

ระบบนี้มีปัญหาเครื่องช้าเช่นกันนะ และปัญหาก็คล้ายๆกันกับของ Android แต่ต่างกันตรงที่ iOS จำกัดการทำงานของแอพ ทำให้แอพทำงานเบื้องหลังแค่เพียงบางส่วน แต่ลงแอพไว้มากก็ก็ช้าลงได้เช่นกัน 

แต่ถ้าจะให้เครื่องกลับมาเร็วลื่นเหมือนเดิม ให้ลงแอพเท่าที่คุณจะใช้งานจริง หรือปิดการดึงข้อมูลอยู่เบื้องหลัง โดยเข้าเมนู การตั้งค่า > ทั่วไป > ดึงข้อมูลใหม่ให้แอปอยู่เบื้องหลัง เลือกปิดแอพที่ไม่ได้ใช้งานบ่อย 

หลังจากนี้แอพที่ถูกปิดไปจะยังใช้งานได้ตามปกติ เพียงแต่จะไม่มีการแจ้งเตือนใดๆจากแอพดังกล่าว เพราะแอพไม่ได้ทำงานอยู่เบื้องหลังแล้ว

คเณศ อธิรัตนกรัณฑ์

เว็บมาสเตอร์ : มีความต้องการจะสร้างสาระการเรียนรู้ใหม่ๆ ที่มีระบบให้กับสังคมออนไลน์ และเครือข่ายการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ...ช่วงนี้เว็บกำลังปรับปรุงและพัฒนาครับ มีอะไรเข้ามาคุยกันได้ที่เว็บบอร์ดนะครับ ถามในโพสอาจจะไม่ทันมาตอบ